Categories
นักฟุตบอล

ประวัติ ฟาบินโญ่ หมอปลา แห่งแอนฟิลด์

ฟาบินโญ่ เกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 1993 ในประเทศบราซิล เขามีส่วนสูง 188 เซนติเมตร เขาเริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งด้วยการเข้าสู่ทีมเยาวชนของสโมสรเปาลิเนีย ในปี 2006-2010 ก่อนที่จะได้รับความสนใจและถูกดึงตัวไปร่วมทีมเยาวชนกับสโมสรฟลูมิเนนเซ่ ในปี 2010-2012 หลังต่อไปเขาเริ่มถูกจับตามือและถูกสื่อยกให้เป็นยาวรุ่งที่ดีที่สุดในประเทศบราซิลในเวลานั้น ก่อนที่ในปี 2012 เขาจะได้รับสัญญาอาชีพเป็นฉบับแรกในชีวิตกับสโมสร ริโอ อาฟ ทีมดังระดับท้องถิ่นในประเทศโปรตุเกส    ufa1688 

ฟาบินโญ่ได้ทำการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต โดยเลือกที่จะตัดสินใจบินข้ามทวีปย้ายมาค้าแข้งกับสโมสร ริโอ อาฟ ทีมดังในประเทศโปรตุเกส เขาใช้เวลาอยู่ในสโมสรแห่งนี้ได้เพียงแค่เดือนเดียวก็ต้องออกเดินทางอีกครั้งในสัญญายืมตัว

โดยครั้งนี้สโมสรที่ให้ความสนใจในตัวเขานั้นกลับเป็นที่ยักษ์ใหญ่ที่เด็กๆ ทุกคนใฝ่ฝันอย่าง ราชันชุดขาว แต่เป็นทีม ราชันชุดขาว บี หรือทีมรองของสโมสรดังกล่าว

สโมสร ราชันชุดขาว กัสติยา

ฟาบินโญ่ ได้ย้ายไปเล่นให้กับ ราชันชุดขาว ด้วยสัญญายืมตัว และทำผลงานออกมาได้เป็นอย่างดี

ในช่วงแรกที่เขาตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมกับสโมสรยอดทีมของ ลา ลีก้า สเปน เขามีความหวังที่จะก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสรแห่งนี้ แต่กลับเป็นความคิดที่ผิดพลาด เมื่อตัวเขากลับถูกส่งตัวลงไปช่วยทีมสำรองของสโมสรหรือทีม ราชันชุดขาว กัสติยา แต่ด้วยความขยันฝึกซ้อมของตัวเขาทำให้เขากลับกลายเป็นดาวเตะตัวหลักของทีมได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากที่เขาถูกส่งตัวไปเล่นช่วยกับทีมสำรองนั้น ทำให้ ฟาบินโญ่ ได้ถูกเรียกตัวขึ้นเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในฐานะตัวสำรวงในบางที ซึ่งในเวลานั้น ทัพราชันชุดขาว อยู่ภายใต้การคุมทัพของกุนซือคนเก่งอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่  ฟาบินโญ่ เริ่มเล่นสโมสรเยาวชนให้กับปอลิเนียในปี 2006-2010 และย้ายมาเล่นให้กับเยาวชนของฟลูมิเนนเซ่ในปี 2010-2012 ต่อไปก็เริ่มเล่นให้สโมสรอาชีพทีมแรกคือริโอ้อาฟ ในปี 2012-2015  ต่อไปย้ายแบบยืมตัวให้เรียลมาดริดบีในปี 2012-2013, และเรียลมาดริดชุดใหญ่ปี 2013 , โมนาโกชุดใหญ่ปี 2013-2015 จนโมนาโกซื้อตัวมารวมทีมในปี 2015 และได้เล่นตัวจริงตั้งแต่นั้นมา ก่อนจะย้ายมาร่วมถิ่นแอนด์ฟิลด์ในปี 2018

Fabinho ติดทีมชาติบราซิลชุด U23 ในปี 2013-2015 จกนั้นก็เล่นให้กับทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา  ถือว่าเป็นนักฟุตบอลชาวบราซิลรุ่นซีเนียร์ในทุกวันนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขุมกำลังที่จำเป็นของทีมชาติบราซิลชุดใหญ่เป็นอย่างมาก

โดยในเกมนัดที่หนึ่งที่เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของสโมสร ราชันชุดขาว นั่นคือเกมที่สโมสรต้องทำการแข่งขัน สโมสร มาลาก้า โดยเขาได้รับโอกาสลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงเวลาท้ายเกม แทนที่ของ ฟาบิโอ โคเอนเทรา ซึ่งในเกมนัดดังกล่าว เขาได้มีส่วนร่วมด้วยการส่งบอลให้กับทาง อังเคล ดิ มาเรีย ทำประตูปิดท้ายได้และหมดเวลาไปด้วยสกอร์ 6-2

1 ซีซั่นเต็มที่เขาได้ย้ายมาร่วมทีมกับสโมสร ราชันชุดขาว ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์อันสุดแสนจะเลอค่าเป็นอย่างมาก และทำให้ตัวของเขาได้ทำการพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปได้อีกขั้นหนึ่งจนเป็นยอดนักเตะได้ ก่อนที่สัญญาจะหมดยืมตัวกับทางสโมสรดังในเมืองสเปน เขาก็ได้รับข้อเสนอจากสโมสรชื่อดังใน ลีกเอิง อีกครั้ง

ประสบการณ์ใหม่ในลีกเอิง สโมสร อาแอ็ส โมนาโก

ฟาบินโญ่ กลายเป็นนักฟุตบอลคนสำคัญของ โมนาโก ไปได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรตกที่ได้ย้ายไปเลยทีเดียว

หลังจากที่ ฟาบินโญ่ หมดสัญญากับทางสโมสร ราชันชุดขาว แล้ว เขาได้รับข้อเสนอจากทางสโมสรดังใน ลีกเอิง อย่าง อาแอ็ส โมนาโก ในรูปแบบสัญญายืมตัว ซึ่งนี่นับเป็นการแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวของเขา เพราะตั้งแต่ที่เขาได้ย้ายเขามาในสโมสร เขาก็สามารถที่จะเข้ามายึดในตำแหน่งแบ็คขวาตัวจริงได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งฤดูกาลแรกของการย้ายเข้ามาสู่ทีม โมนาโก เขาก็สามารถช่วยให้ทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่บนลีกสูงสุดคว้าสิทธิ์ไปสู้ศึก  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ และนอกจากนี้ ฟาบินโญ่ ก็สามารถกลายเป็นดาวเตะคนสำคัญของสโมสรได้อย่างรวดเร็ว ในวัยเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น  ฟาบินโญ่ ยิ่งเล่นก็ยิ่งดี โดย Season ที่ 2 ของเขากับทางสโมสรในฤดูกาล 2014-2015 เขายิ่งทำผลงานได้ดีและน่าประทับใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม และยังได้ลงเล่นมายิ่งขึ้นกว่าเดิม

จากผลงานอันโดดเด่นของตัวเขา ทำให้ทางสโมสรตัดสินใจที่จะซื้อตัวพร้อมกับมอบสัญญาให้กับเขาเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 4 ปีเต็ม และฤดูกาล 2015-2016 เขาได้ถูกดันขึ้นไปเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ และยังได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเบอร์หนึ่งของการสังหารจุดโทษอีกด้วย เพราะในเรื่องการการยิงจุดโทษนั้นถือได้ว่าเป็นจุดเด่นของตัวเขาเลยทีเดียว เพราะช่วงไหนที่ โมนาโก เรียกจุดโทษได้นั้น เขาจะสามารถทำสกอร์ได้เลยทุกครั้ง จากการที่เขาถูกปรับมาเล่นให้ตำแหน่งมิดฟิลด์ ทำให้ ฟาบินโญ่ สามารถทำประตูให้กับสโมสรได้อย่างไม่หยุด จนสามารถช่วยทีมคว้าตั๋วไปลุยศึก UCL ได้อีกครั้ง

จนกระทั่งในฤดูกาล 2016-2017 นับเป็นฤดูที่ลงตัวสำหรับตัวเขาเป็นอย่างมาก จากการสร้างทีมจากการผลักดันดาวรุ่งขึ้นมา  Season ดังกล่าว โมนาโก มีผลงานที่ยอดเยี่ยมเป้นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวรุกที่สามารถทำประตูได้อย่างถล่มทลาย ทำให้ฤดูกาลนี้ สโมสร โมนาโก ยิงประตูได้ทะลุ 100 ประตูเลยทีเดียว เพราะเป็นทีมที่แนวรุกที่น่ากลัวที่สุดในยุโรป โดยการกำหนดจังหวะของเกมการเล่นในสนามจากนักเตะ ตัวหลักของทีมอย่าง ฟาบินโญ่ ทำให้เกมลุกของทีมดูมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือ เขาสามารถนำพาสโมสรขึ้นไปหยุด Stats ของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยการคว้าแชมป์ลีกเอิงได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากจบซีซั่นดังกล่าว เหล่านักเตะภายในทีมก็มักจะถูกสโมสรชั้นนำในทวีปยุโรปดึงตัวไปร่วมทีมกันเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นก็คือ ฟาบินโญ่ ที่ได้ตัดสินใจ ย้ายเข้ามาหาประสบการณ์ใหม่ในถิ่น แอนฟิลด์

ก้าวใหญ่ครั้งสำคัญ ย้ายมาเล่นให้ สโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล

จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของ ฟาบินโญ่ ทำให้ หงส์แดง ไม่รอช้ารีบดึงตัวเขามาร่วมทีมในปี 2018

วันที่ 28 พฤษภาคม 2018 สโมสร หงส์แดง ได้บรรลุข้อตกลงและประกาศผ่านสื่ออย่างเป็นทางการว่า สโมสรได้ทำการซื้อตัวดาวเตะสารพัดประโยชน์อย่าง ฟาบินโญ่ มาร่วมทีมได้เสร็จแล้ว ด้วยค่าตัว 39.4 ล้านปอนด์ โดยการย้ายมาเล่นให้กับสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูลในครั้งนี้ เขาถูกตั้งความหวังจากกองเชียร์เป็นจำนวนมาก จนในบางเวลาเขาก็รู้สึกกดดันตัวเองเช่นกัน

ในช่วงแรกของการย้ายมาเล่นให้กับ ทัพหงส์แดง ฟาบินโญ มักจะใช้ชีวิตโดยมากอยู่ม้านั่งสำรอง เพราะด้วยสไตล์การเล่นที่ยังไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนทีมได้ และยังมีเรื่องของภาษาที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่เข้าใจ ทำให้เขายังไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมได้อย่างมากมายสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความขยันฝึกซ้อมและปรับแนวทางเล่นของตัวเขานั้น ทำให้หลายๆ เกมเขาชอบจะถูกส่งลงไปทดสอบฝีกเท้าเป็นตัวสำรองอยู่อย่างบ่อยครั้ง

แม้จะมีอาการเสียใจที่ไม่ได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงอย่างสม่ำเสมอมากนัก แต่ ฟาบินโญ่ ก็มักจะกลับมาตั้งใจฝึกซ้อมและพัฒนาฝีเท้า จนสามารถกลับมาเป็นตัวจริงได้สำเร็จ

จนกระทั่งในวันที่ 18 กันยายน 2018 ในศึก  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาได้ลงไปมีส่วนร่วมกับทีมด้วยการเอาชนะ สโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในถิ่น แอนฟิลด์ ไปได้ 3-2 ต่อมา ในวันที่ 26 ธันวาคม 2018 ก็สามารถทำประตูแรกให้กับสโมสรได้ในเกม Premier League  ในนัดที่ ทัพหงส์แดง หงส์แดง สามารถเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไปได้ถึง 4-0

หลังจาก 2 เกมการแข่งขันที่เขาได้ลงสนามมามีส่วนร่วมกับเกมจนสามารถทำประตูได้สำเร็จ ทำให้เขาสามารถเรียกฟอร์มสุดยอดและยังมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาสามารถกลับยึดตำแหน่งในพื้นที่ 11 ตัวจริงได้อีกครั้ง และยังช่วยให้ทีมมีผลงานที่ดี ซึ่งในฤดูกาลดังกล่าวเขาลงเล่นไปทั้งหมด 39 นัด ยิงไปได้ทั้งหมด 2 ประตู

และยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองด้วยการคว้าแชมป์ใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก ร่วมกับทางสโมสร หงส์แดงลิเวอร์พูล ได้สำเร็จในฤดูกาล 2018-2019 ซึ่งนี่ยังถือว่าเป็นการความแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทางสโมสรและของตัวเขาอีกด้วย

ทีมชาติ บราซิล

ฟาบินโญ่ ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติ และสร้างชื่อให้กับทุกคนรู้จักได้จากผลงานการเล่นได้ตั้งแต่ปี 2015

ในปี 2015 จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของ ฟาบินโญ่ ทำให้เขาได้มีชื่อติดอยู่ในทีมชาติบราซิล ของ คาร์ลอส ดุงก้า เพื่อไปลุยศึก Copa America 2015 ในประเทศชิลี ทำให้เขาติดทีมชาติเป็นครั้งแรก และได้ลงสนามอุ่นเครื่องกับทีมชาติแม็กซิโก โดยในเกมนัดดังกล่าว ฟาบินโญ มีส่วนร่วมกับเกมเป็นอย่างมากและยังช่วยให้ทีมทำได้ถึง 2 ประตู ก่อนที่จะคว้ำชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 และหลังต่อไป เขาก็สามารถสร้างชื่อให้กับตัวเองในนามทีมชาติได้สำเร็จ จนทำให้ทุกการแข่งขันในนามทีมชาตินั้นมักจะมีชื่อของเขาติดเขาไปเป็นขุมกำลังสำคัญอยู่อย่างเสมอ

เกียรติประวัติ
fabinho-trophy

สโมสร อาร์เอส โมนาโก
แชมป์ ลีกเอิง : 2016-2017

สโมสร หงส์แดง
แชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก : 2018-2019

แชมป์  UEFA  ซุปเปอร์ คัพ : 2019

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *