Categories
นักฟุตบอล

ประวัติ โธมัส มุลเลอร์

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน เทรนเนอร์ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ยอมรับ พร้อมดึง แกเร็ธ เบล คืนถิ่นเก่า หากสโมสรมีเงื่อนไขคว้าแข้งรายนี้เป็นทีมแรกในกรณีที่ เรอัล มาดริด ต้องการปล่อยตัวนักเตะก่อนปี 2019   ufa1688 

     รายละเอียดในสัญญาของปีกทีมชาติเวลส์ ตอนย้ายร่วมทัพราชันชุดขาว ถูกเปิดเผยแบบละเอียดยิบเมื่อวานนี้ ทำให้ทุกข้างรู้ว่า ค่าตัวของเขาในการย้ายทีมคราวนี้สูงเกือบ 101 ล้านยูโร และ ไก่เดือยทองยังถือสิทธิ์ดึงนักเตะเป็นทีมแรกอีกด้วย

     "ผมไม่รู้นะ มันเป็นแค่ข่าวลือ แต่ถ้าเรามีเงื่อนไขเซ็นเขากลับมาจริง ทำไม่มันจะไม่ได้ล่ะ?" โค้ชชาวอาร์เจนไตน์ กล่าว

     "เขาเป็นผู้เล่นชั้นยอดและสามารถยกระดับขุมกำลังในทีมได้ เขาคือนักเตะประเภทที่เราตามหา"

ขุมกำลังในทีมได้ เขาคือนักเตะประเภทที่เราตามหา"

     ดังนี้เบลทำผลงานได้โดดเด่นในฤดูนี้ หลังยิงรวมทุกรายการ 13 ประตู พร้อมทำอีก 9 แอสซิสต์ แต่ปัจจุบันเจ้าตัวอยู่ในระหว่างรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา

ข้อมูลส่วนตัว 
ชื่อ : แกเร็ธ แฟรงค์ เบล 
วันเกิด : 16 กรกฎาคม 1989 
เกิดที่ : คาร์ดิฟฟ์, เวลส์ 
ตำแหน่ง : ปีก / กองกลางตัวรุก 
ส่วนสูง : 186 เซนติเมตร 
สโมสรปัจจุบัน : สเปอร์ส
หมายเลขเสื้อ : 11 
 
     แกเร็ธ เบล ตัวรุกท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการเอ๋ยถึงมากที่สุดในช่วง 2 ฤดูหลัง โดยมีบุคลิก และสไตล์การเล่นค้ายคลึงกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่อาจจะมีใบหน้าไม่หล่อเหลาเหมือนกับสตาร์โปรตุกีสเท่านั้นเอง 

     เบล เกิดที่คาร์ดิฟฟ์ เมืองหลวงของเวลส์ และเป็นหลานชายของ คริส ไพค์ อดีตผู้เล่นของสโมสรคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ อีกด้วย โดยสมัยที่เจ้าตัวอายุได้ 9 ขวบ เจ้าตัวก็ได้รับความสนใจจากแมวมองของเซาท์แธมป์ตัน จากนั้น เบล ก็เข้าเรียนที่โรงเรียนวิทเชิร์ช ไฮสคูล ในคาร์ดิฟฟ์ ที่ซึ่งเขาลงเล่นรักบี้, ฮ็อคกี้ และวิ่งระยะไกล ไปพร้อมกับการเล่นบอล โดยระหว่างที่เรียนที่วิทเชิร์ช ดาวรุ่งชาวเวลส์ ก็ได้ฝึกฝีเท้ากับสถาบันลูกหนังของทีม "นักบุญ" ที่เมืองบาธ ไปด้วยพร้อมๆ กัน
 
     เมื่ออายุได้ 16 ปี เบล ก็เป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมชุดอายุต่ำกว่า 18 ปีของโรงเรียนคว้าแชมป์ "คาร์ดิฟฟ์ แอนด์ เวล ซีเนียร์ คัพ" ไปครอง และเมื่อเรียนจบในช่วงซัมเมอร์ 2005 แผนกพลศึกษาของโรงเรียนก็ได้มอบรางวัลยอดเยี่ยมด้านกีฬาให้กับดาวรุ่งรายนี้ด้วย
 
     เบล พัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็วและเริ่มโด่งดังในฐานะจอมยิงฟรีคิกของ "นักบุญ" ขณะที่เกมสุดท้ายของดาวเตะหน้าลิงกับเซาแธมป์ตัน เป็นเกมเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพ รอบรองชนะเลิศ กับดาร์บี้ ตอนวันที่ 12 เม.ย. 2007 แต่เจ้าตัวกลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บในช่วงช่วงหลังจนไม่สามารถฝืนเล่นต่อไปได้ โดยปีก/แบ็คซ้ายชาวเวลส์ ลงเล่นให้ "นักบุญ" ไปทั้งหมด 45 นัด และทำไป 5 ประตู
 
     จากนั้น เบล ก็ได้ย้ายไปค้าแข้งกับ สเปอร์ ช่วงวันที่ 25 พ.ค. 2007 และเซ็นสัญญาตรงเวลา 4 ปี โดย "ไก่เดือยทอง" จ่ายค่าตัวไป 5 ล้านปอนด์ (ราว 300 ล้านบาทในเวลานั้น) พร้อมกับอ็อปชั่นที่ว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมหากว่า เบล สามารถช่วยให้สเปอร์ส ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งคาดว่ารวมๆ แล้วอาจจะสูงถึง 10 ล้านปอนด์
 
     เบล เปิดฉากสนามนัดแรกให้สเปอร์ส ในเกมอุ่นเครื่องกับเซนต์ แพทริค ช่วงวันที่ 12 เดือนกรกฎาคม 2007 ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวในช่วงท้ายเกมด้วยเหตุว่าบาดเจ็บ จากนั้น เบล ก็สามารถพังประตูแรกให้ "ไก่เดือยทอง" ในแมตช์อย่างเป็นทางการได้สำเร็จในเกมที่เสมอกับฟูแล่ม 3-3 ช่วงวันที่ 1 ก.ย. 2007 ก่อนที่จะตามมาด้วยการทำสกอร์จากฟรีคิกในเกมดาร์บี้แมตช์แห่งลอนดอนเหนือกับอาร์เซน่อล และตามด้วยการทำประตูในเกมลีก คัพ ที่พบกับมิดเดิลสโบรช์  ซึ่งทำให้ดาวรุ่งวัย 18 ปีในเวลานั้น เปลี่ยนเป็นขวัญใจแฟนบอลสเปอร์ส อย่างรวดเร็ว หลังทำไป 3 ประตูจากการลงสนาม 4 นัดแรก
 
     ในช่วงต้นเดือนธ.ค. 2007 เบล ก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาอย่างร้ายแรง จนต้องพักนานหลายเดือน อย่างไรก็ตาม ในเดือนส.ค. 2008 เจ้าตัวก็ได้เซ็นสัญญากับสเปอร์ส เพิ่มอีก 4 ปีแม้ส่วนตัวแล้วจะทำผลงานได้ดี แต่ไม่น่าเชื่อว่า เบล จะมีสถิติลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก 24 นัดให้สเปอร์ส โดยที่ทีมไม่ชนะเลย ซึ่งกว่าที่เขาจะได้สัมผัสชัยชนะในลีกเป็นนัดแรกก็ต้องรอจนถึงเกมที่พบกับเบิร์นลี่ย์ ช่วงวันที่ 26 ก.ย. 2009 ซึ่งกินเวลามากกว่า 2 ปี ภายหลังที่เซ็นสัญญาในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน โดยเกมดังที่กล่าวถึงมาแล้วเขาถูกเปลี่ยนลงมาเป็นผู้เล่นสำรองในนาทีที่ 85
 
     ฤดู 2010-11 เบล เริ่มได้อย่างสวยหรูเมื่อเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมชนะสโต๊ค ซิตี้ 2-1 ช่วงวันที่ 21 ส.ค. 2010 และต่อมาอีก 4 วัน เขาก็ทำแอสซิสต์ทั้ง 4 ลูกให้ สเปอร์ส ถล่ม ยัง บอยส์ เบิร์น จากสวิตเซอร์แลนด์ 4-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน

     ฤดู 2012-13 เบล เปลี่ยนมาใส่เสื้อหมายเลข 11 ซึ่งเป็นเบอร์ไรอัน กิ๊กส์ ขวัญใจของเขาในทีมชาติเวลส์ นั่นเอง ในซีซั่นนี้ เบล ทำแฮตทรกแรกให้กับตัวเองในพรีเมียร์ลีก ในนัดบ็อกซิ่ง เดย์ ที่บุกถล่มแอสตัน วิลล่า 4-0 จากนั้นสตาร์ "มังกรแดง" ก็ทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง และมีลูกสวยๆมาให้เห็นอย่างมาก โดยเฉพาะลูกโซโล่เดี่ยวจากกลางสนามในเกมเสมอนอริช 1-1 ตามด้วยยิงไกลสุดสวยในนัดยกพลทุบเวสต์บรอมวิช 1-0 ก่อนที่ เบล จะกดประตูทะลุ 15 ตุงในเกมชนะนิวคาสเซิ่ล 2-1 และปัจจุบัน "พญาวานร" ยังฟอร์มแรงแบบฉุดไม่อยู่ โดยเขาจัดการซัดประตูอริร่วมเมืองอาร์เซน่อล ตอนวันที่ 3 มีนาคม 2013 ตามด้วยประตูเบิกร่องในแมตช์ต้อน อินเตอร์ มิลาน 3-0 ในศึกยูโรป้า ลีก เลกแรก     แกเร็ธ เบล ได้ลงประจำการในตำแหน่งแบ็คซ้ายของทีมทำหน้าที่ได้ดีในเกมรุกแต่ในเกมรับกลับไม่ค่อยเหนียวแน่นนัก ซ้ำใน เดือนมิ.ย. 2009 ต้อง เข้ารับการผ่าตัดที่หัวเข่า ซึ่งทำให้ต้องพักนาน 8 สัปดาห์ จนต้องเสียตำแหน่งตัวจริงให้ อัสซู เอก็อตโต้ ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝัก 
      แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือของทีม ได้โอกาส แกเร็ธ เบล ได้ลงสนามอีกรอบ หลังเมื่อเอก็อตโต้ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน และก็ไม่ทำให้ จ่าเฉย ผิดหวัง ทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถพังตาข่าย อาร์เซน่อล และ เชลซี จนทำให้ได้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายน 2010 ไปครอง 
      หลัง เอก็อตโต้ จะหายเจ็บลงสนามได้แล้ว เร็ดแน็ปป์ เชื่อมั่นในตัวของ แกเร็ธ เบล เลยขยับให้เขาขึ้นมาเล่น ตำแหน่งปีกซ้ายและโชว์ฟอร์มได้อย่างสะเด็ดสะเด่า จนมาถึงสร้างชื่อในเวทียุโรปให้ตัวเองอีกทีเมื่อระเบิดตาข่ายซัดแฮตทริกในเกมที่พ่าย อินเตอร์ 4:3 ที่ซาน ซิโร่ ช่วงวันที่ 20 ตุลาคม2010 แม้ สเปอร์ส เหลือผู้เล่นแค่ 10 คนตั้งแต่ไก่โห่นาที 8 แถม"งูใหญ่" เป็นข้างนำห่างถึง 4:0 ในช่วง 35 นาทีแรก อีกด้วย 
      นัดแรกอาจจะหาว่าฟลุ๊ค แต่"พญาวานร"กับมาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว เมื่อกลับมาเล่นนัดที่ 2 ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน โชว์ความเทพจนได้เป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ อีกรอบ เพราะน้อยคนนัก ที่จะทำให้ ไมค่อน แบ็กขวาแซมบ้า หัวหมุนได้ทั้งเกม และสามารถชนะแชมป์เก่าไปอย่างสวยหรู 3:1จนบรรดายักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่างเช่น รีล มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน สนใจในตัวเขาอย่างจริงจัง แต่เจ้าตัวก็ได้ออกมาประกาศเจตนารมณ์ว่าต้องการอยู่กับสเปอร์ส 
     แกเร็ธ เบล ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรกช่วงวันที่ 27 พ.ค. 2006 ถูกเปลี่ยนลงมาเป็นผู้เล่นสำรองในเกมที่เฉือนชนะตรินิแดด แอนด์ โตเบโก สร้างสถิติเป็นนักเตะ"มังกรแดง" อายุน้อยที่สุดได้เล่นให้ทีมชาติเวลส์ ขณะที่มีอายุ 16 ปี 315 จนได้รับการคาดหวังว่าจะเผ่านาเป็นตัวแทนของ ไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมดแห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด          โธมัส มุลเลอร์ เริ่มเล่นบอลนัดแรกในระดับสโมสรเยาวชนเมื่อปี 1993-2000 สโมสร TSV Pähl ซึ่งเป็นสโมสรเยาวชนในเยอรมัน โดยที่เขาได้ร่วมเล่นเป็นระยะเวลา 7 ปี จากนั้นได้ย้ายเผ่านาร่วมเล่นกับสโมสรเยาวชน บาเยิร์นมิวนิก ทีมชื่อดังในเยอรมัน ในปี 2000-2007 อยู่ร่วมเล่นตรงเวลานานถึง 7 ปี ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาร่วมค้าแข้งกับสโมสรอาชีพกับ บาเยิร์นมิวนิก ในปี 2007-2009 โดยลงเล่นมากกว่า 323 ครั้ง โดยสามารถทำประตูได้มากกว่า 122 ประตู เป็นนักเตะที่มีทักษะในการทำเกมรุกและยิงประตูให้กับ บาเยิร์นมิวนิก ได้เกือบทุกครั้งที่เขาได้ลงสนาม จึงเป็นยอดนักเตะของทีมเสือใต้ที่ได้รับโอกาสให้ลงสนามแข่งมาโดยตลอดและเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของทีม  Thomas Muller ร่วมเล่นบอลทีมชาติเยอรมันนัดแรกในปี 2004-2005 ในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี , ปี 2007 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี , ปี 2008 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 20 ปี , ปี 2009-2010 รุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 21 ปี ต่อมาได้รับโอกาสให้ก้าวขึ้นมาเล่นบอลทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ในปี 2010 โดยลงเล่นมากกว่า 95 ครั้ง สามารถทำประตูได้มากกว่า 38 ประตู  เป็นนักเตะสำคัญของทีมชาติเยอรมันที่ถูกเรียกตัวติดทีมชาติบ่อยครั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *