Categories
นักฟุตบอล

10 ที่สุดแข้งแซมบ้าแห่งพรีเมียร์ลีก (ตอน1)

10 ที่สุดแข้งแซมบ้าแห่งพรีเมียร์ลีก (ตอน1)
        เรื่องราวเกี่ยวกับสุดยอดผู้เล่นชาวบราซิล ที่เข้ามาค้าแข้งสร้างชื่อเสียงในเวที Premier League เมืองผู้ดี วันนี้ส่งท้ายกับอันดับ 1-5 โฉมหน้าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นใครกันบ้าง ไปติดตามรายละเอียดกันเลย  ดูบอลสด
5. แฟร์นานดินโญ่
เรือใบสีฟ้า (2013 – ทุกวันนี้)       แข้งเจ้าของค่าตัวมูลค่า 34 ล้านปอนด์ ย้ายมาจาก ชัคตาร์ โดเนสท์ เมื่อปี 2013 ทำผลงานในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้อย่างดีเสมอมา ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ตัวเขาอยู่กับทีมเรือใบสีฟ้ามาแล้ว 4 ปี ซิวแชมป์ Premier League ได้ตั้งแต่ซีซั่นแรก แม้จะอายุ 32 ปีแล้วในขณะนี้ แต่ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมในยุคนายใหญ่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีโอกาสสูงที่จะคว้าแชมป์ลีกได้เป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาลนี้ เพราะผลงานของสโมสรนั้นร้อนแรงเหลือเกิน   
4. ดาวิด ลุยซ์
เชลซี (2011 – 2014, 2016 – ทุกวันนี้)      แนวรับหัวฟูรายนี้ คือหนึ่งในแข้งChelseaชุดคว้าแชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2012 ก่อนจะถูกยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส ปารีสฯ ซื้อตัวไปร่วมทีมด้วยมูลค่าถึง 50 ล้านปอนด์ แต่ “สิงห์บูลส์” ก็ซื้อตัวมาร่วมทีมอีกครั้งเมื่อปี 2016 ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดช่วยทีมซิวแชมป์ Premier League ในปีแรกของการกุมบังเหียนโดย อันโตนิโอ คอนเต้ สรุปรวมความสำเร็จในยูนิฟอร์มเชลซี ลุยซ์ คว้าแชมป์ Premier League , เอฟเอ คัพ,  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรป้า ลีก ได้รายการละ 1 สมัย 
3. ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
หงส์แดง (2013 – ทุกวันนี้)    แนวรุกร่างเล็กรายนี้สร้างชื่อในอิตาลีกับ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ต่อไปถูก “หงส์แดง” หงส์แดง ซื้อตัวมาร่วมทีมเมื่อปี 2013 ด้วยค่าตัวย่อมเยาเพียง 8.5 ล้านปอนด์ เขาพัฒนาฝีเท้ายกระดับตัวเองอย่าไม่หยุด จนกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในทุกวันนี้ เป็นผู้เล่นชาวบราซิลที่โดดเด่นเยอะที่สุดใน Premier League เวลานี้ แม้ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาจะมีข่าวย้ายไปร่วมทีม “ต่างดาว” เจ้าบุญทุ่ม แต่ท้ายที่สุดก็ค้าแข้งในรังแอนฟิลด์ต่อ ต้องคอยติดตามอนาคตของนักเตะเนื้อหอมรายนี้ต่อไป
2. จูนินโญ่ เปาลิสต้า
มิดเดิ้ลสโบรช์ (1995-97, 1999-2000, 2002-04)     เพลยเมกเกอร์ระดับตำนานของทีม “สิงห์แดง” มิดเดิ้ลสโบรช์ เป็นผู้นำการเล่นสไตล์ “บราซิล” มาสู่ Premier League อย่างแท้จริง เขาตัดสินใจลาทีมในปี 1997 หลังทีมร่วงตกชั้น แต่ก็คัมแบ็คสู่ทีมอีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวจากทีม “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริด มีส่วนช่วยทีมซิวแชมป์ลีกคัพปี 2004 ซึ่งเป็นการคืนสู่ทีมเป็นคำรบที่สาม เขาคือตำนานแห่ง “เดอะ โบโร่” ที่ยังอยู่ในความทรงจำของกองเชียร์เสมอมา 
1. จิลแบร์โต้ ซิลวา
ไอ้ปืนใหญ่ (2002 – 2008)    มิดฟิลด์ตัวรับชาวบราซิลรายนี้ คือหนึ่งในตำนานมิดฟิลด์พันธุ์แกร่งของทีม “ปืนใหญ่” ไอ้ปืนใหญ่ ย้ายมาจาก แอตเลติโก้ มิเนโร่ สโมสรในบ้านเกิดเมื่อปี 2002 ใช้เวลาปรับตัวไม่นานกับฟุตบอล England  สถาปนาตัวเองเป็นกำลังหลักในแดนกลางได้อย่างสุดยอด ประสานงานกับคู่หูฮาร์ดคอร์ ปาทริค วิเอร่า ได้อย่างลงตัว ช่วยทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ Premier League แบบไร้พ่าย Season  2003-04 นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้อีก 2 สมัย (2003, 2005) และเป็นรองแชมป์  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2005-06 อีกด้วย ความสำเร็จทั้งหมด คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นสุดยอดแข้งบราซิเลี่ยนแห่งเวที Premier League อย่างแท้จริง  ดูบอล Online 
    1988 – เอซี มิลาน เจ้าของรางวัลคือ มารโก แวน บาสเท่น อันดับ 2 และ 3 คือเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนร่วมชาติ ได้แก่ รุด กุลลิท และ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ตามลำดับ 
   1989 – เอซี มิลาน มาร์โก แวน บาสเท่น ซิวรางวัลนี้ 2 สมัยซ้อน โดยมีเพื่อนร่วมทีมเข้าป้ายตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ได้แก่ ฟรังโก้ บาเรซี่ และ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด ตามลำดับ
   2010 – บาร์ซ่า เจ้าของรางวัลคือ ลิโอเนล เมสซี่ อันดับ 2 และ 3 คือเพื่อนร่วมสังกัดได้แก่ อันเดรส อิเนสต้า และ ชาบี้ เอร์นานเดซ ตามลำดับ
1. ขยันทุ่มเทเกินร้อย       อเล็กซิส ทำหน้าที่ได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ ขยันทุ่มเททุกจังหวะของเกม เมื่อบอลอยู่ในการครอบครองของเขา สามารถสร้างความได้เปรียบให้ทีมได้เสมอ เมื่อไม่มีบอล จะไล่เพรสซิ่งตั้งแต่แดนบนลงมายันแนวรับ ความมุ่งมั่นเกินร้อยคือภาพที่เราเห็นจนชินตา สังเกตได้จากช่วงเวลาทีมดเสียเปรียบ หรือกำลังจะแพ้ หรือเป็นจังหวะการเล่นที่ไม่ได้ดั่งใจ ตัวเขาจะมีอาการหงุดหงิดและไม่พอใจแบบโอเวอร์แอคติ้ง ลักษณะใกล้เคียงกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถือได้ว่า แพชชั่นหรือว่าอินเนอร์ในเกมจะสูงมากๆ ซึ่งส่งผลดีต่อการกระตุ้นสปิริตนักสู้ของเพื่อนร่วมทีมให้ฮึกเหิมขึ้นมาได้
2. เล่นเกมรุกได้ทุกตำแหน่ง    ตั้งแต่เริ่มสร้างวชื่อกับ อูดิเนเซ่ ต่อมาที่ เจ้าบุญทุ่ม และทุกวันนี้กับ ไอ้ปืนใหญ่ อเล็กซิส เล่นได้สารพัดตำแหน่งในแนวรุก ปีกซ้าย ปีกขวา เพลย์เมกเกอร์ตรงกลาง ศูนย์หน้าตัวเป้าแบบอยู่ค้ำคนเดียว หรือจะเป็นหน้าต่ำคอยเชื่อมเกมก็ทำได้ดี แอสซิสต์เยี่ยม อ่านเกมขาด กระหน่ำทำประตูได้เฉียบขาด เปิดบอลจากริมเส้นได้แม่นยำ ถือว่าทำได้ดีทุกพื้นที่ของเกมรุกเลยทีเดียว   
3. ช่วยเกมรับได้ดีกว่าตัวรุกรายอื่น   อเล็กซิส ต่างจากตัวรุกรายอื่นในเรื่องเกมรับ  โดยเฉพาะความบู๊ ขยันดุดัน ทุ่มเท ตัวเขาจะลงมาล้วงต่ำในแนวรับของทีมตัวเอง และพาบอลสวนกลับทำเกมรุกใส่คู่แข่ง นับเป็นการใช้แรงเยอะกว่าปกติ ซึ่ง “ชายเล็ก” ทำให้เห็นเสมอ และมักทำได้ดี เป็นการแบ่งเบาภาระในเกมรับจากผู้เล่นเกมรุกได้อย่างสุดยอด  
4. แข้งตัวรุกที่ครบเครื่อง
     ตั้งแต่ย้ายมาค้าแข่งใน Premier League เมื่อปี 2014 เรื่อยมาจนทุกวันนี้ “ชายเล็ก” คือหัวใจสำคัญในเกมรุกของ “ปืนใหญ่” ไอ้ปืนใหญ่ อย่างแท้จริง ผลงานแอสซิสต์ และยิงประตูให้ทีมติดอันดับท็อปของลีกแทบทุกฤดูกาล ความเด็ดขาดในการจบสกอร์ทำได้ทุกรูปแบบ ทั้งฟรีคิก จุดโทษ หรือจะเป็นลูกโหม่งก็ทำได้ดี แม้รูปร่างจะเล็กก็ตาม เรื่องเทคนิควิธีส่วนตัวที่แพรวพราวก็ทำได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งหมดคือความสมบูรณ์ของผู้เล่นตัวรุก โดยสรีระไม่ใช่อุปสรรคเลยแม้แต่น้อย 
5. เปลี่ยนเกมได้เสมอเมื่อทีมลำบาก    แข้งทีมชาติชิลีรายนี้มักเป็นทีเด็ดเปลี่ยนเกมให้ทีมได้บ่อยครั้ง ทั้งในฐานะตัวจริงและตัวสำรอง การมี อเล็กซิส อยู่ในสนามนั้น สามารถเป็นตัวชี้ขาดเกมได้เลย โดยเฉพาะในยามที่ทีมเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่กดดันและยากลำบาก นักเตะร่างเล็กรายนี้จะช่วยแก้วิกฤตให้ทีมได้แทบตลอด โดยเฉพาะเกมรุกที่อาจเจาะเกมรับคู่แข่งไม่เข้า “ชายเล็ก” มักจะสร้างความไม่เหมือนกันให้ทีมได้เสมอ นำไปสู่ปลายทางคือผลการแข่งขันที่ดี เข้าทำนอง “คิดอะไรไม่ออก บอกอเล็กซิส” คุณสมบัติตัวเปลี่ยนเกมนี้คืออีกจุดขายสำคัญของนักเตะรายนี้ที่หลายสโมสรต้องการ  ดูบอล Online 

ufa1688